วันพฤหัสบดี, กันยายน 10, 2009

Review การ์ตูน

วันนี้สำรวจตลาด เข้าร้านหนังสือ ไปดูหนังสือการ์ตูน จริงๆแล้วก็ต้องยอมรับว่าพักนี้ก็ไม่ค่อยได้ติดตามหนังสือการ์ตูนเหมือนสมัยยังเด็กน้อย

การ์ตูนที่ยังอ่านมาจนโตก็คือเรื่องที่อ่านกันมาตั้งแต่สมัยเด็ก ที่คนเขียนก็ยังเขียนหลอกล่อให้เราอ่านกันมาเรื่อยๆ แต่ส่วนมาก มากันป่านนี้แล้วก็ต้องยอมจบๆกันไปบ้าง ไม่งั้นพระเอกนางเอกก็น่าจะแก่มากแล้ว

แต่เดินไปมุมการ์ตูนก็คิดว่าน่าจะเจอการ์ตูนใหม่ๆที่ไม่รู้จัก
เป็นส่วนมาก แต่ก็ไปเจอหนังสือหน้าตาคุ้นๆเต็มไปหมด ก็ขออนุญาต review กันเล่นๆ ขำๆ

City Hunter - ตอนเราเด็กๆก็ว่ามันเก่าแล้ว ตอนนี้ต้องเรียกว่ารุ่นคุณปู่กันเลยทีเดียว พระเอกที่ว่าทะลึ่งๆ ตอนนี้คงปล่อยวางไปนั่งเคี้ยวหมากไปแล้ว

Docter K - อันนี้เป็นการ์ตูนที่ชอบเป็นการส่วนตัว แม้ว่าพี่เค้าจะผ่าตัดไปซะทุกราย แต่ก็รู้สึกว่าพี่เค้าเท่จิงๆ "ลุงเป็นหวัดเหรอคับ เชิญผ่าตัดเลยคับ" .. ป่อย ถ้าป่วยขำๆ แนะนำให้กินพาราอยู่บ้าน อย่าไปให้พี่เค้ารักษาโดยเด็ดขาด

โดเรมอน - อันนี้คลาสสิค อันดับหนึ่งของโลก แต่ปัญหาของเรื่องนี้คือ เล่มไหนอ่านแล้วมั่งว้า เดินไปหยิบเล่มไหนก็หน้าตาเหมือนๆกัน และมีประมาณร้อยกว่าเล่ม ก็ถ้าอยากอ่านครบจริงๆ คิดว่าจะต้องทำสารบัญอย่างจริงจัง

Conan - ติดอันดับการ์ตูนที่รู้สึกเสียดายตังค์มากที่สุดในเวลานี้ ติดมาตอนยังเด็ก จนป่านนี้ ผ่านมา 60 เล่มเข้าไปแล้ว ไอ้น้องโคนันมันก็ไม่โตซักที โอเค ยังหายาแก้ไม่ได้ จุดนี้ก็เข้าใจ แต่ว่าผ่านไป 60 เล่ม ไม่ต้องใช้ยาน้องก็น่าจะโตได้แล้วนะ แล้วไอ้ชายชุดดำนี่ ก็ซัดกันโต้งๆซะทีเถอะ พี่รอไม่ไหวแล้ว ถ้านานกว่านี้ต้องให้ลูกหลานติดตามแทนแล้วล่ะน้อง

ฮิคารุ - สุดยอดการ์ตูน ที่สนุกได้อย่างไม่น่าเชื่อ แม้ว่าเราจะเล่นโกะไม่เป็นก็ตาม คาดว่าเบื้องหลังน่าจะมีกระทรวงวัฒนธรรมญี่ปุ่นหนุนหลังอยู่ เพราะแทรกซึมวัฒนธรรมโกะเข้าบ้านเราได้อย่างกว้างขวาง ถือเป็นการ์ตูนดี ไม่มียื้อ ซัดไปสิบกว่าเล่มก็จบเลย การ์ตูนด้านบนควรศึกษาเป็นแบบอย่าง

คินดะอิจิ - ถือเป็นสุดยอดของคอการ์ตูนสืบสวน โดยเฉพาะท่านที่ชอบคดีในห้องปิดตาย ฆาตกรที่พยายามใช้เป็นกรณีศึกษาอาจจะต้องถอดใจ เพราะมาตรฐานสูงเหลือเกิน อะไรจะคิดซับซ้อนกันขนาดนั้น อันนี้เป็นอีกหนึ่งการ์ตูนที่โรงพิมพ์คืนกำไร พิมพ์อัดหมึกกันไม่ยั้ง คำเตือน หลังอ่านเล่มนี้ควรล้างมือทุกครั้ง และหากท่านอ่านขณะกินเลย์โปรดระวัง อาจได้รับประทานเลย์รสชอกโกแลตกันอย่างไม่รู้ตัว

เอาแค่นี้ก่อนแล้วกันนะพี่น้อง ....
โปรดติดตามตอนต่อไป (ใครบอกจะมีฟะ)

วันอาทิตย์, สิงหาคม 30, 2009

จิตรกรรมบัวหลวงและนมมนต์

วันนี้ไปหอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์มา ตั้งใจไปดูงานจิตรกรรมบัวหลวง ก็ได้ดูสมใจงานสวยดี ชอบภาพที่เป็นภาพเงาบนหน้าคนมาก ไม่ได้ถ่ายรูปมา ถ้าอยากเห็นดูตาม link ข้างล่างได้

แล้วแถมก็ได้ดูงานรางวัลศิลปาธรที่จัดแสดงด้วยกัน เบ็ดเสร็จทั้งหมดแสดงอยู่สี่ชั้น เล่นเอาเมื่อยขาเหมือนกัน พาเพื่อนเปิ้ลขึ้นกะได มันบ่นเอาเหมือนกันว่าทำไมเราไม่ขึ้นลิฟท์แล้วเดินลง อืม..ก็จริง..วันหลังเดี๋ยวเราให้ Network engineer คำนวณ shortest path ให้ก่อน แล้วค่อยเดินดีกว่า จริงๆน่าเอากล้องไปเหมือนกัน เพราะถ่ายรูปได้ด้วยแต่ก็ไม่ได้เอาไป ใครจะไปวันหลังก็สามารถนำกล้องไปได้นะพี่น้อง

ก่อนกลับก็แวะกินมนต์นมสดซักเล็กน้อยแล้วก็ได้ตระหนักว่าเราไม่ได้มาแถวนี้นานเนแล้ว ไม่กล้านับปีเลย 55 กินมนต์อยู่ก็นึกถึงโมเมนต์นึงสมัยมัธยมที่แข่งแฮนด์บอลเสร็จแล้วมานั่งกินมนต์กัน แข่งเป็นไงไม่รู้ แต่หนมปังแยมส้มตอนเหนื่อยๆนี่อร่อยมาก (เอาละ ชักจะมีอายุละ พูดถึงเรื่องเก่าๆ)


งานจิตรกรรมบัวหลวง ->http://variety.mcot.net/V3786

วันอาทิตย์, กรกฎาคม 12, 2009

Painting : The pastel color lover

ช่วงนี้ชอบสี pastel เป็นพิเศษ
แต่ที่วาดนี่ไม่รู้จะเรียกว่าสี pastel ได้รึเปล่า

รู้สึกวาดไปวาดมามีแต่โทนเหลือง ไม่รู้ใกล้เป็นบ้าแล้วรึเปล่า เพราะแวนโก๊ะก็วาดแต่สีนี้ ตอนเข้าโรงพยาบาล 55

วันอาทิตย์, มิถุนายน 14, 2009

Michael Jordan and his failure

บังเอิญได้ดูคลิปโฆษณาอันหนึ่งของไนกี้ อันที่จริงมันอาจจะออกมานานแล้ว แต่ว่าเพิ่งได้เห็นนี่แหละ ซึ่งโฆษณานี้ก็ใช้พรีเซ็นเตอร์สุดคลาสสิก

"ไมเคิล จอร์แดน"

การใช้จอร์แดนอาจจะไม่กินใจเด็กๆสมัยนี้ซักเท่าไหร่ แต่ถ้าย้อนกลับไปสมัยเรายังเด็กแล้วไมเคิล จอร์แดน นี่ต้องถือเป็นสุดยอดของสุดยอดนักบาสเก็ตบอลชนิดที่แค่ได้ใส่รองเท้าเหมือนของพี่แกก็รู้สึกเจ๋งแล้ว (เค้าถึงให้มาโฆษณารองเท้าไง)

โฆษณาชุดนี้ เป็นชุดที่มีชื่อว่า Failure หรือแปลเป็นไทยก็คือความผิดพลาดนั่นเองพอดูแล้วก็รู้สึกว่า เป็นคลิปที่มีประโยชน์มากสำหรับผู้มีกำลังใจในเลือดต่ำ

ลองทายกันเล่นๆดีกว่า ว่าตลอดการเล่นอาชีพจอร์แดน ชู้ตไม่ลง มากี่ครั้ง และมีกี่ครั้งที่การชู้ตนั้นเป็นแต้มสำคัญที่ส่งผลต่อการแพ้ชนะของทีม
....

.....

.....
เฉลย จอร์แดนพลาดมามากกว่า 9000 ครั้ง และ 26 ครั้งเป็นแต้มสำคัญที่พลิกเกม

..ถึงพลาดมาขนาดนี้ คนๆนี้ก็ยังเป็นจอร์แดนผู้ยิ่งใหญ่และเป็นคนที่ใครๆก็ต้องยอมรับว่าประสบความสำเร็จในวงการบาสเก็ตบอล..

และจอร์แดนก็พูดถึงเหตุผลที่เขาประสบความสำเร็จว่าอย่างนี้

I've missed more than 9000 shots in my career.
I've lost almost 300 games.
26 times, I've been trusted to take the game winning shot and missed.
I've failed over and over and over again in my life.
And that is why I succeed."

Link : http://www.youtube.com/watch?v=45mMioJ5szc

วันอังคาร, มิถุนายน 9, 2009

การอ่าน

วันก่อนได้ฟังผู้บริหารบริษัทยักษ์ใหญ่แห่งหนึ่งพูดถึงเรื่องการอ่านเขามีความตั้งใจอยากให้เด็กๆรุ่นใหม่ๆที่เพิ่งเริ่มทำงานมีนิสัย "รักการอ่าน"

อันที่จริงคำว่า "รักการอ่าน" นั้นเป็นโครงการพื้นๆที่เห็นกันได้ในทุกหน่วยการศึกษาโดยเฉพาะในโรงเรียนประถม ซึ่งเป็นเรื่องที่ใครๆก็เห็นด้วยว่ามีส่วนดีต่อเด็ก

แต่ในกลุ่มผู้ใหญ่แล้ว คำว่า "รักการอ่าน" ออกจะฟังดูไกลตัวไปซักหน่อยนอกจากนั้นแล้ว สำหรับเด็กบางคนคำว่า การรักการอ่าน ก็ฟังดูเป็นเด็กเรียนอีกต่างหาก
สำหรับคนที่วาง position ตัวเอง อยากให้เป็นคนแบบ cool ก็อาจจะรังเกียจนิดหน่อยที่ตัวเองจะดูคล้ายพวกเด็ก nerd ดูเป็นพวกหนอนหนังสือ อ่านหนังสือทั้งวัน ดูไม่เจ๋ง

แต่ความจริงแล้ว พวก CEO ที่ถือว่าใหญ่โตสุดๆในบริษัทนั้น อ่านหนังสือกันในอัตราที่สูงบางคนถึงกับกำหนดเป็นตารางประจำวันว่าจะต้องตื่นแต่เช้ามืดมาอ่านหนังสือทุกวัน บางคนให้ความเห็นเรื่องนี้ว่า เนื่องจากตัวเขาเองอยู่ในที่สูง ไม่ค่อยมีคนคอยสอน หนังสือจึงเป็นครูที่ดี ที่คอยบอกว่าเขายังโง่อยู่ บางคนที่มีบุคลิกที่ cool และเป็นนักอ่านตัวยงก็มี

พอได้ยินความตั้งใจของผู้บริหารเรื่องการอ่านนี้แล้วก็กลับมาคิดว่า อันที่จริงก็มีแนวทางในการพัฒนาคนได้มากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับเด็กใหม่ๆแต่แนวทางที่เขาให้ความสำคัญคือเรื่องการอ่านนั่นก็พอสรุปได้ว่า การอ่าน นี่มันก็น่าจะมีอะไรพิเศษเหมือนกัน

และในคำนำของหนังสือล่าสุดที่ได้อ่านบอกว่า

"หนังสือคือเครื่องมือราคาถูกที่สุดที่ช่วยเปลี่ยนแปลงชีวิตได้มากที่สุด"

..ถ้าไม่ใช่ว่าหนังสือมันถูกมากๆๆ ..มันก็คงเปลี่ยนชีวิตได้พอควรแหละนะ..

วันอาทิตย์, เมษายน 19, 2009

ข้อดีของฤดูร้อน

เอาล่ะพี่น้องประชาชน กลับมายืนเคียงข้างกันอีกครั้ง

หลังจากที่เราได้พูดคุยถึงข้อดีในสถานการณ์บ้านเมืองอันคุกรุ่นไปแล้ว ก็ยังไม่หนำใจลองมาพูดถึงข้อดีของฤดูนี้กัน

ปกติแล้วคนในชนชาติเรามักตั้งแง่รังเกียจฤดูร้อน แม้ประชากรเมืองหนาวจะรักฤดูนี้เป็นนักหนา จากการสำรวจเอาเองโดยไม่ใช้บริการดุสิตโพลนั้น พบว่าที่คนประเทศเราไม่ชอบเพราะฤดูนี้มักมีอะไรมากเกินไปหลายอย่างเช่น อากาศร้อนเกินไป, เหงื่อออกมากเกินไป , หรือแม้กระทั่งเพราะเป็นฤดูที่ยาวนานเกินไป (อันนี้น่าจะเป็นความเข้าใจผิดจากการแปรปรวนของสภาพอากาศ เพราะที่จริงฤดูร้อนก็มีช่วงเวลาเท่ากับฤดูอื่น แต่เนื่องจากอุณหภูมิบ้านเราร้อนต่อเนื่องจนไม่แน่ใจว่ามีฤดูอื่นปะปนด้วยหรือไม่ จึงทำให้ประชากรเข้าใจระบบอุตุนิยมวิทยาผิดโดยถ้วนทั่วกัน)

ทีนี้ข้อดีของมันคืออะไรล่ะพี่น้อง
1. ไม่เปลืองเสื้อผ้า - แน่นอนว่าในฤดูนี้เราไม่ต้องการเสื้อผ้ามากชิ้นเท่าฤดูหนาว แค่เสื้อยืดและกางเกงขาสั้นก็ดูเหมือนจะมากเกินไปแล้ว เสื้อสเวตเตอร์ เสื้อนอก แจ๊คเก็ตกันลม กันหนาว ผ้าพันคอ ก็ไม่ต้องพูดถึงกัน เพราะฉะนั้น หน้านี้เราก็ประหยัดเสื้อผ้าไปได้หลายชิ้นเลยทีเดียว

2. เสื้อผ้าแห้งไวเหมือนโกหก - อันนี้ข้อดีของคุณแม่บ้านและเด็กหอทั้งหลาย ที่มักพบปัญหาผ้าเหม็นอับ ตากเท่าไหร่ก็ไม่แห้งในหน้าฝน แต่ในฤดูนี้แสงแดดอันแรงฤทธิ์ราวกับไม่ได้ผ่านชั้นโอโซนจะช่วยให้ผ้าแห้งไวเหมือนโกหก ตากเช้า เที่ยงก็เก็บได้ และควรเก็บตอนเที่ยงนี่แหละ ก่อนที่ตอนบ่ายพายุฤดูร้อนจะกระหน่ำพัดเข้ามาทำให้มันเปียกอีกครั้ง

3. ลิปตันไอซ์ที อร่อยสุดก็หน้านี้แหละ - แม้ว่าจะผลิตออกมาจากไลน์ผลิตเดียวกันในทุกฤดู แต่ว่าลิปตัน ไอซ์ทีจะอร่อยที่สุดก็ในฤดูร้อนนี่แหละ จากการวิเคราะห์พบว่าความอร่อยของไอซ์ทีมีผลสัมพัทธ์กับอุณหภูมิที่สูงขึ้น ขอย้ำว่านี่ไม่ใช่พื้นที่โฆษณา แต่ถ้าอยากลองไอซ์ที ที่อร่อยที่สุด แนะนำให้ นั่งรถเมล์ฟรีในเวลาเที่ยงและลงให้ห่างจากบ้านประมาณ 1 ป้ายรถเมล์ (อย่าห่างกว่านี้เพราะจะเกิดภาวะ dehydrate ก่อนเดินถึงบ้าน) จากนั้นเข้าบ้านและกินไอซ์ทีเย็นๆทันที อะฮ่า...สุดยอดจริงๆ

4. ได้ซาบซึ้งบุญคุณ ผู้คิดค้นแอร์ - ก่อนอื่นขอให้ท่านลองเล่นตอบคำถามเกมเศรษฐีข้อนี้ดู
ใครเป็นผู้คิดค้นเครื่องปรับอากาศเครื่องแรกของโลก
ก. ซัยโจ เด็นกิ
ข. โทมัส อันวา เอดิสัน
ค. เอริค คันโตนา
ง. วิลลิส แคร์เรียร์
คำตอบที่ถูกคือ .... ง. วิลลิส แคร์เรียร์
ส่วนข้ออื่น ก. ไม่ถูกเพราะเป็นยี่ห้อแอร์เฉยๆไม่ใช่ผู้คิดค้น , ข. ไม่ถูกเพราะเป็นผู้คิดค้นหลอดไฟ , ค. ไม่ถูกเพราะไม่ได้เกี่ยวข้องกับวงการไฟฟ้าแต่อย่างใด
และฤดูนี้ก็เป็นโอกาสอันดี เมื่อเปิดแอร์เย็นฉ่ำแล้วก็ขอบคุณเขาบ้าง วิลลิส แคร์เรียร์


......
ไม่ว่าจะชอบหรือไม่ เราก็ยังต้องมีฤดูร้อนอยู่ดี
Enjoy Summer!!!
.......

วันจันทร์, เมษายน 13, 2009

มาหาข้อดีของเรื่องนี้กันเหอะ

ต้องยอมรับว่าสงกรานต์ปีนี้บรรยากาศอึมครึมจริงๆ หลายๆคนอาจจะเครียดกับปัญหาการเมืองที่ดูเหมือน จะคุกรุ่นขึ้นอีกครั้ง แต่ก็อย่าเครียดกันเกินไปดีกว่า บรรยากาศมันจะยิ่งแย่เข้าไปใหญ่ เดี๋ยวจะยิ่งทวีความ ขัดแย้งเข้าไปอีก

อย่ากระนั้นเลย เค้าว่ากันว่าไม่ว่าเรื่องอะไรก็จะมีสองด้านเสมอ ลองมามองหาข้อดีของเรื่องนี้กันเหอะ

1. ได้กลับบ้านเร็ว - หากเกิดเหตุในวันทำงาน พนักงาน office ในหลายๆบริษัทคงได้รับอนุญาตให้กลับบ้านกันได้เร็วขึ้น (แม้ว่าบางท่านอาจจะต้องแบกงานกลับมาต่อที่บ้านก็ตาม) แต่อย่างน้อยเราก็ได้กลับบ้านแต่วัน

2. ได้ศึกษาเส้นทางใหม่ๆ - อนุสาวรีย์ชัยนั้นถือเป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการกลับบ้านของหลายๆท่าน จนเราคิดว่าไม่สามารถขาดมันไปได้ แต่เมื่อโดนปิดล้อม ก็เป็นโอกาสอันดีที่เราจะได้ค้นคว้าหาเส้นทางเดินรถใหม่ๆที่กลับบ้านได้ บางท่านอาจจะประหลาดใจ โอ้ว..พระเจ้าจอร์ช เราสามารถกลับบ้านทางนี้ได้ด้วย ไม่น่าเชื่อ อันนี้ช่วยให้เกิด innovation ใหม่ๆในการเลือกใช้เส้นทางได้

3. ได้มีส่วนร่วมกับเหตุการณ์สำคัญ - สำหรับผู้ที่โดนปิดล้อม ราวกับตนเองเป็นบุคคลสำคัญทางการเมือง ..ท่านอาจจะงงว่า ทำไมต้องล้อมบ้านเราด้วย เอ๊ะ หรือว่าเราเป็นนายก.. อย่าเพิ่งสำคัญผิด แม้ท่านจะไม่ใช่นายก แต่ท่านก็อาจเป็นผู้โชคดีที่ได้รับสิทธิ์เข้าร่วมในประวัติศาสตร์ครั้งนี้อย่างใกล้ชิด และถ้าท่านว่าง ไม่มีอะไรทำ ท่านสามารถใช้สิทธิ์นี้ถ่ายคลิป เผื่อส่งออกไปขายข่าวได้ด้วย เป็นการหารายได้ไปในตัว

4. ได้ออกกำลังกาย - สิทธิพิเศษอีกอย่างของคนที่อยู่ใกล้สถานที่เกิดเหตุ คือท่านจะได้รับสิทธิ์ออกกำลังกายด้วยการเดินออกนอกจุดเกิดเหตุ แน่นอนว่าเมื่อไม่มีรถประจำทาง ท่านก็เหลือทางเลือกสองทางคือ ท่านจะโดยสารไปกับวินซึ่งรับจ๊อบไปด้วยประท้วงไปด้วย (แต่อันนี้ไม่รับรองความปลอดภัย ในกรณีโดนฝั่งตรงข้ามสอย ท่านอาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องไปด้วย) หรือท่านจะเลือกเดินออกไปเอง ซึ่งดูเหมือนจะปลอดภัยกว่า แถมยังได้ออกกำลังกายให้สุขภาพแข็งแรงอีกด้วย

5. ได้ระทึกใจ - สำหรับแฟนๆ counter ท่านไม่ต้องหาความมันส์จากในจอภาพอีกต่อไป เรามีคนมาจ่อปืนหน้าซอยท่านให้เห็นกันตัวเป็นๆ และสำหรับแฟนๆ BB Gun ท่านอาจอยากมีส่วนร่วมยิ่งกว่านั้น หากไม่กลัวตาย ก็สามารถแต่งชุดถือปืนมีส่วนร่วมกับเหตุการณ์ได้ แต่ไม่รับประกันความปลอดภัย

6. ได้ความสัมพันธ์ชุมชน - ในบางชุมชน ที่อยู่ในเขตอันตราย มีการนำรถแก๊สมาจอด หรือจุดไฟในบริเวณชุมชน และขณะนั้นเจ้าหน้าที่บ้านเมืองยังไม่มาช่วยท่าน บางชุมชนอาจมีการสวมวิญญาณชาวบ้านบางระจัน ปกป้องชุมชนด้วยตนเอง ท่านจะได้รู้จักเพื่อนใหม่ๆ และจะได้รับความร่วมมือจากเพื่อนบ้านอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน และนี่อาจเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ที่เข้มแข็งในชุมชน

โอเคพี่น้อง... อาจจะมีข้อดีหลายข้อก็จริง แต่สถานการณ์ที่สงบย่อมดีกว่าเป็นไหนๆ รักกันไว้นะพี่น้อง